Drawdown คืออะไร? ทำไมพอร์ตดีแต่เงินไม่โต
วันที่: 2025-10-31 17:13
Drawdown คืออะไร? ทำไมพอร์ตเทรดดีแต่เงินไม่โตเสียที! มาทำความเข้าใจแนวคิด Drawdown ที่เทรดเดอร์มืออาชีพใช้วัดความแข็งแรงของพอร์ต พร้อมวิธีลด Drawdown อย่างได้ผล เพื่อให้พอร์ตเติบโตอย่างยั่งยืนIntroduction – เคยสงสัยไหมว่าทำไม “เทรดเก่งแต่เงินไม่เพิ่ม”?คุณเคยเจอสถานการณ์แบบนี้ไหม? ชนะติดกันหลายไม้ แต่พอพอร์ตติดแดงทีเดียวเหมือนกำไรหายหมด 😩 หรือบางคนเทรดแม่น แต่สุดท้ายยอด Balance ไม่ไปไหน — ทั้งที่ดูเหมือน “ทำถูกทุกอย่าง” แล้ว สาเหตุไม่ได้อยู่ที่ฝีมือ แต่เพราะคุณอาจ “ไม่เข้าใจ Drawdown”Drawdown คือเครื่องชี้วัดสำคัญที่บอกว่า “พอร์ตคุณเสี่ยงแค่ไหนตอนเจอขาดทุน ถ้าคุณควบคุม Drawdown ไม่ได้ ต่อให้เทรดชนะ 70% ก็อาจจบด้วยพอร์ตล้างไดเหมือนกันDrawdown คืออะไร?คำว่า Drawdown หมายถึง“การลดลงของมูลค่าพอร์ตจากจุดสูงสุด (Peak) มายังจุดต่ำสุด (Trough) ก่อนที่พอร์ตจะฟื้นตัวกลับมา”พูดง่าย ๆ ก็คือ ช่วงเวลาที่พอร์ตติดลบ หรือ “อยู่ในหลุมขาดทุนชั่วคราว” ตัวเลข Drawdown จะบอกเราว่า “พอร์ตเรายอมรับการขาดทุนได้มากแค่ไหน” เช่นพอร์ตคุณ 10,000$เคยขึ้นสูงสุดถึง 12,000$แล้วร่วงลงมาเหลือ 10,800$เท่ากับคุณมี Drawdown 10% (ขาดทุน 1,200$ จากพีค)📉 ยิ่ง Drawdown เยอะ = พอร์ตยิ่งเสี่ยง📈 ยิ่ง Drawdown น้อย = พอร์ตยิ่งนิ่งและมีวินัยประเภทของ Drawdown ที่เทรดเดอร์ควรรู้1. Absolute Drawdown (ขาดทุนจากเงินต้น) คือการวัดว่าพอร์ตเคยติดลบจากทุนเริ่มต้นเท่าไหร่ตัวอย่าง: ทุนเริ่ม 5,000$ เคยติดลบลงเหลือ 4,000$ Drawdown = 1,000$2. Maximum Drawdown (ขาดทุนสูงสุด) คือการขาดทุนมากที่สุดที่เคยเกิดขึ้นในช่วงเวลาหนึ่งเช่น พอร์ตเคยขึ้นถึง 8,000$ แล้วลงมา 6,000$ = 25%3. Relative Drawdown (ขาดทุนเป็นเปอร์เซ็นต์) ใช้บอกอัตราความเสี่ยงในรูปเปอร์เซ็นต์ของยอดสูงสุด เหมาะกับใช้เปรียบเทียบพอร์ตต่าง ๆ หรือใช้เป็นเงื่อนไขระบบเทรดทำไมพอร์ตดีแต่เงินไม่โต?เพราะ “Drawdown สูงเกินไป” แม้คุณจะเทรดชนะเยอะ แต่ถ้าแพ้แต่ละครั้งขาดทุนหนัก พอร์ตจะโตช้ามาก ลองดูตัวอย่างนี้ 👇เทรดเดอร์ชนะ/แพ้ชนะเฉลี่ยแพ้เฉลี่ยDrawdownผลลัพธ์รวมA7/10 ไม้+2%-1%5%พอร์ตโตต่อเนื่องB8/10 ไม้+1%-4%30%พอร์ตไม่โตหรือถอยหลังจะเห็นว่าแม้เทรดเดอร์ B จะชนะมากกว่า แต่เพราะ “ตอนแพ้แพ้หนัก” ทำให้ Drawdown กลืนกำไรหมด จนเงินในพอร์ตไม่โตจริง พอร์ตที่โตแบบยั่งยืน ไม่ใช่พอร์ตที่ชนะเยอะสุด แต่คือพอร์ตที่ “ขาดทุนน้อยที่สุด”วิธีคำนวณ Drawdown ด้วยตัวเองสูตรง่าย ๆ สำหรับเทรดเดอร์ทั่วไปคือDrawdown(%)=Peak−TroughPeak×100Drawdown (\%) = \frac{Peak - Trough}{Peak} \times 100Drawdown(%)=PeakPeak−Trough×100เช่น ยอดสูงสุดของพอร์ต = 10,000$ ยอดต่ำสุดหลังจากนั้น = 9,000$ Drawdown = (10,000 - 9,000) / 10,000 × 100 = 10%แนะนำให้บันทึก Drawdown ทุกเดือน เพื่อดูแนวโน้มว่าคุณคุมความเสี่ยงได้ดีขึ้นหรือไม่Drawdown ที่เหมาะสมควรอยู่ระดับไหน?เทรดเดอร์มือใหม่: ไม่เกิน 10–15%เทรดเดอร์กลาง: คุมได้ราว 5–10%เทรดเดอร์อาชีพ / กองทุน: ส่วนใหญ่ไม่เกิน 3–5%ถ้าเกิน 20% = ถือว่าพอร์ตเสี่ยงสูง ต้องรีบปรับแผน MM (Money Management)เทคนิคลด Drawdown ให้พอร์ตนิ่งขึ้นใช้ Risk per Trade ไม่เกิน 1–2% อย่าเสี่ยงเกินทุนในไม้เดียว เพราะเมื่อแพ้ จะเสียยากต่อการฟื้นตั้ง Stop Loss ทุกไม้ ไม่มี SL = ไม่มีวินัย พอร์ตจะเจอ Drawdown หนักทันทีอย่าเปิดหลายไม้พร้อมกันในฝั่งเดียวกัน เพราะมันเหมือนคุณ “เพิ่มเลเวอเรจโดยไม่รู้ตัว”จดบันทึกพอร์ต (Trading Journal) เพื่อดูสาเหตุ Drawdown แต่ละครั้ง แล้วปรับแผนในอนาคตใช้เทคนิค Scaling Out ทยอยปิดกำไรบางส่วน เพื่อลดแรงกระแทกตอนตลาดกลับตัวตัวอย่างจริงพอร์ตทองคำ (XAUUSD)ในเดือนตุลาคม 2025 ราคาทองคำ (XAUUSD) ปัจจุบันอยู่ราว 4,112 USD/oz Investing.com+1ตัวอย่างบทเรียน: ราคาทองเคลื่อนไหวในกรอบ ~ 4,046$ – 4,112$ เทรดเดอร์หลายคนเปิด Buy หนักเกินไปในช่วงกราฟเริ่ม Sideway ทำให้พอร์ตติดลบถึง ~15–20% ก่อนราคาดีดขึ้นส่วนเทรดเดอร์มืออาชีพวางแผนเสี่ยงไม้ละ ~2% ตั้ง SL ชัด และทยอยออกบางส่วนเมื่อได้กำไร ผลคือ Drawdown รวมทั้งเดือนต่ำกว่า ~5% แต่ยังมีกำไรสุทธิ +6% บทเรียนคือ “พอร์ตที่เสี่ยงน้อยกว่า มักอยู่รอดได้นานกว่า”FAQ (คำถามพบบ่อย)Q1: Drawdown สูง ๆ ถือว่าแย่ไหม? A: ไม่เสมอไป ถ้ามีแผนฟื้นตัวที่ดี แต่โดยทั่วไปถ้าเกิน 20% ควรหยุดพักและทบทวนระบบเทรดQ2: Drawdown กับ Loss ต่างกันไหม? A: ต่างกัน — Loss คือการขาดทุนต่อไม้, แต่ Drawdown คือผลรวมจากการขาดทุนต่อเนื่องในพอร์ตQ3: โปรแกรมคำนวณ Drawdown มีไหม? A: มีครับ เช่น MyFxBook หรือ FX Blue จะโชว์ค่า Drawdown อัตโนมัติเข้าใจ Drawdown = เข้าใจความอยู่รอดDrawdown คือ “กระจกสะท้อนวินัยเทรดเดอร์” มันไม่ใช่แค่ตัวเลขบอกผลลบ แต่คือสิ่งที่เตือนให้คุณรู้ว่าคุณเสี่ยงแค่ไหนในวันที่ตลาดไม่เป็นใจพอร์ตที่ดีไม่จำเป็นต้องกำไรทุกวัน แต่ต้อง “ไม่ตกแรง” จนฟื้นยาก — และนั่นคือหัวใจของการเทรดยั่งยืนถ้าอยากเรียนรู้วิธี “ลด Drawdown และจัดการพอร์ตให้เติบโตแบบมืออาชีพ” ขอแนะนำคอร์ส “บริหารพอร์ตอย่างมืออาชีพด้วย MM Pro Plan” และ “รู้ทางกราฟด้วยเทคนิค Price Action Advance” จาก All Academy