Profit Distribution เทคนิคแบ่งกำไรให้พอร์ตโตต่อโดยไม่ Overtrade


Profit Distribution คือเทคนิคการจัดสรรกำไรจากพอร์ตเทรด เพื่อให้พอร์ตเติบโตต่อเนื่องโดยไม่ตกอยู่ในกับดัก Overtrade หรือเทรดเกินแผน บทความนี้จะอธิบายวิธีแบ่งกำไรอย่างชาญฉลาดเหมือนกองทุน เพื่อรักษาทั้ง “ทุน วินัย และสมดุลของจิตใจ”

ได้กำไรแล้ว...ทำยังไงต่อดี?

คำถามที่เทรดเดอร์ทุกคนต้องเจอหลังปิดไม้สวย ๆ คือ “จะถอนกำไรออกเลย หรือปล่อยต่อให้โต? หลายคนเลือก “ปล่อยทั้งหมด” เพราะอยากเห็นพอร์ตพองเร็ว ๆ สุดท้าย...โดนตลาดเอาคืนหมดในไม่กี่วัน อีกคน “ถอนหมดทุกครั้ง” จนทุนไม่โตเสียที ทั้งสองแบบนี้สุดโต่งเกินไป

คำตอบที่ถูกต้องอยู่ตรงกลาง เรียกว่า Profit Distribution หรือ “เทคนิคแบ่งกำไรอย่างมีระบบ” ให้พอร์ตยังโต แต่ไม่หลุดคอนโทรล

Profit Distribution คืออะไร?

Profit Distribution คือแนวคิดในการแบ่งส่วนของกำไรออกเป็นหมวดต่าง ๆ อย่างมีวินัย เพื่อให้พอร์ตเติบโตต่อโดยไม่เสี่ยงเกินจำเป็น พูดง่าย ๆ คือ “กำไรต้องทำงานต่อ แต่ไม่ใช่ทั้งหมดต้องเอาไปเสี่ยงต่อ”

ระบบนี้ถูกใช้จริงในกองทุนและเทรดเดอร์มืออาชีพ เพราะช่วยให้เงินหมุนเวียนในพอร์ต เติบโตอย่างมีทิศทาง

ทำไมต้องแบ่งกำไร?

เพราะ “พอร์ตที่โตเร็วเกินไป” มักไม่รอดในระยะยาว และ “พอร์ตที่ไม่กล้าโตเลย” ก็ไม่ไปไหน


เหตุผลที่ควรใช้ Profit Distribution

  1. เพื่อป้องกันการ Overtrade หลังได้กำไร
    เพราะกำไรทำให้สมองหลั่ง “โดพามีน” อยากเทรดเพิ่มทันที
    การแบ่งส่วนกำไรออกไปก่อน คือวิธีตัดแรงกระตุ้นนั้น

  2. เพื่อรักษาทุนและกำไรที่ได้มาแล้ว
    ถ้าไม่ถอนหรือกันไว้เลย คุณกำลังเสี่ยงนำกำไรกลับไปอยู่ในวงล้อใหม่

  3. เพื่อสร้างการเติบโตที่ยั่งยืน (Sustainable Growth)
    การเพิ่มทุนทีละนิดจากกำไรที่เลือกไว้ จะทำให้พอร์ตโตแบบสมดุล

เทรดเดอร์ที่รอดคือคน “รู้จักถอน” และ “รู้จักต่อยอด” ในจังหวะเดียวกัน

วิธีแบ่งกำไรแบบมืออาชีพ (3 โครงสร้างหลัก)

1. โครงสร้าง 50–30–20 (เหมาะกับพอร์ตเติบโตปานกลาง)

ส่วนแบ่ง

สัดส่วน

รายละเอียด

Reinvest

50%

ทบกลับเข้าพอร์ตเพื่อใช้เทรดต่อ

Withdraw

30%

ถอนออกเป็นรายได้ส่วนตัว

Reserve

20%

กันไว้เป็นกองทุนสำรอง (กัน Drawdown)

ตัวอย่าง
คุณกำไรเดือนนี้ 1,000$ ทบกลับ 500$, ถอน 300$, กันไว้ 200$

2. โครงสร้าง 70–20–10 (เหมาะกับสายเก็บพอร์ตระยะยาว)

ส่วนแบ่ง

สัดส่วน

รายละเอียด

Reinvest

70%

เพิ่มทุนให้พอร์ตขยายต่อเนื่อง

Withdraw

20%

ถอนออกเพื่อตอบแทนตัวเอง

Reserve

10%

เผื่อความเสี่ยงหรือ Loss รอบต่อไป

เหมาะกับเทรดเดอร์ที่ต้องการ “Compound Growth” เน้นให้กำไรทำงานแทนเวลา

3. โครงสร้าง Dynamic Profit Split (ปรับตามสภาวะตลาด)

  • ช่วงตลาดดี (Winrate > 60%) Reinvest 70%

  • ช่วงตลาดแย่ (Drawdown ต่อเนื่อง) Withdraw 50%, ลด Reinvest เหลือ 30%

เหมาะกับเทรดเดอร์ที่เข้าใจจังหวะตลาดและใช้ระบบติดตาม Equity Curve

ตัวอย่างการใช้จริง

“บอส” เทรดทองคำ (XAUUSD) พอร์ตเริ่มต้น 10,000$ เดือนแรกกำไร +1,200$ เขาใช้ระบบ 50–30–20 ทบกลับ 600$, ถอน 360$, กันไว้ 240$

เดือนต่อมา แม้ตลาดแย่ เขาขาดทุน 500$ แต่เพราะมี Reserve Fund 240$ จึงไม่กระทบทุนหลัก สุดท้ายพอร์ตเขายังอยู่ในโซนบวกสุทธิ +660$

นี่คือเหตุผลว่าทำไม “การจัดสรรกำไร” สำคัญพอ ๆ กับ “การทำกำไร”

หลักคิดเบื้องหลัง Profit Distribution

  1. กำไร = ทรัพยากรที่ต้องบริหาร ไม่ใช่รางวัลจบเกม
    เพราะตลาดไม่ได้จบแค่รอบเดียว

  2. ทุกกำไรต้องมีหน้าที่ของมัน

    • ส่วนที่ถอนออก สร้างแรงจูงใจ

    • ส่วนที่ทบกลับ สร้างการเติบโต

    • ส่วนที่กันไว้ สร้างความมั่นคง

  3. การถอนบางส่วนไม่ทำให้โตช้า แต่ทำให้โต “ต่อเนื่อง”
    เพราะพอร์ตที่รอด คือพอร์ตที่ยังอยู่ในเกม

ความผิดพลาดที่เทรดเดอร์มักทำหลังได้กำไร

  1. เอากำไรทั้งหมดไปแทงต่อ
    ผลคือได้กำไรครั้งเดียว แล้วหายไปทั้งก้อน

  2. ถอนหมดทุกครั้งโดยไม่เหลือทุนโต
    พอร์ตไม่เคยขยาย ต้องเริ่มจากศูนย์ทุกเดือน

  3. ไม่กันสำรองไว้เผื่อ Drawdown
    พอเจอรอบขาดทุน ต้องถอนทุนหลักมาใช้แทน

  4. ใช้กำไรตอบสนองอารมณ์ทันที (Shopping Mood)
    ลืมเป้าหมายระยะยาวของพอร์ต

วิธีใช้ Profit Distribution ร่วมกับระบบอื่น

🔸 1. ใช้คู่กับ Dynamic Risk

เมื่อกำไรเพิ่ม ให้ขนาดไม้เพิ่มขึ้น “ตามเปอร์เซ็นต์” ของพอร์ต ไม่ใช่จำนวนเงินคงที่ ทำให้การเติบโตคงเส้นคงวา ไม่พุ่งเกิน

🔸 2. ใช้ร่วมกับ Closed System Strategy

ตั้งเงื่อนไขให้ระบบปิดพอร์ตอัตโนมัติหลังถึงเป้ากำไรรายวัน ป้องกันการ Overtrade หลังพอร์ตบวก

🔸 3. ใช้ร่วมกับ Equity Curve Control (ECC)

ดูเส้นกราฟพอร์ต ถ้าเส้นเริ่มแบน ถอนบางส่วนพัก ถ้าเส้นกลับขึ้น  ทบเพิ่ม

การจัดการพอร์ตไม่ใช่การ “ห้ามเทรด” แต่คือการ “เทรดแบบมีระบบอยู่เหนืออารมณ์”

FAQ (คำถามพบบ่อย)

Q1: ควรถอนกำไรบ่อยแค่ไหน?
A: เดือนละครั้ง หรือเมื่อกำไรเกิน 5–10% ของทุน เพื่อรักษาความสม่ำเสมอ

Q2: การทบกำไรกลับทั้งหมดดีไหม?
A: ดีในบางช่วง แต่ควรมีเพดาน เช่น ไม่เกิน 70% ของกำไรรวม

Q3: ควรแบ่ง Reserve Fund ไว้ที่ไหน?
A: เก็บไว้ในบัญชีแยก หรือโบรกเกอร์อื่น เพื่อป้องกันนำมาใช้เทรดโดยไม่ได้ตั้งใจ

Profit Distribution

ไม่ใช่แค่เทคนิคทางการเงิน แต่คือ “ระบบวินัยหลังได้กำไร” ที่ช่วยให้พอร์ตของคุณโตต่อโดยไม่หลุดกรอบความเสี่ยง คนส่วนใหญ่ล้มเพราะ “บริหารกำไรไม่เป็น” ไม่ใช่เพราะ “ทำกำไรไม่ได้” ถ้าคุณเริ่มแบ่งกำไรอย่างมีระบบตั้งแต่วันนี้ พอร์ตของคุณจะไม่ใช่แค่รอด แต่ “ยั่งยืน”

👉 ถ้าอยากเข้าใจวิธีจัดการพอร์ตและกำไรแบบมืออาชีพ ขอแนะนำคอร์ส “Money Flow Mastery  เปลี่ยนกำไรให้พอร์ตโตต่อได้จริง” และ “Risk & Profit Framework – ระบบบริหารทุนที่เทรดเดอร์กองทุนใช้” จาก All Academy เรียนรู้ครบตั้งแต่หลักการแบ่งกำไร, การจัดพอร์ต, ไปจนถึงเทคนิคเพิ่มทุนอย่างปลอดภัย